สำหรับผู้ประกอบการอาหารและผู้ที่ต้องการยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร ถุงฟอยล์ (bag foil) ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม อย่างสูง แต่จะเลือกใช้ถุงฟอยล์แบบไหนถึงจะเหมาะกับอาหารของคุณที่สุด? บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกและใช้งาน ถุงฟอยล์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ทำไมต้องเลือกใช้ถุงฟอยล์ (bag Foil)?
ถุงฟอยล์ มีคุณสมบัติเด่นที่เหนือกว่าบรรจุภัณฑ์ทั่วไปหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการเก็บรักษาคุณภาพอาหาร
- ป้องกันแสงและความชื้น: ชั้นฟอยด์ช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดและความชื้นเข้าไปทำลายคุณภาพและรสชาติของอาหารได้อย่างดีเยี่ยม
- รักษาความสดใหม่: ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น ทำให้สินค้าคงความสดใหม่
- ป้องกันกลิ่น: วัสดุของถุงฟอยล์ช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นอาหารระเหยออกไป และยังป้องกันกลิ่นจากภายนอกเข้ามาปะปน
- ทนทานต่ออุณหภูมิ: สามารถทนความร้อนและความเย็นได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับอาหารหลายประเภท
ลักษณะรูปแบบถุงฟอยล์ที่ได้รับความนิยมในตลาด
การเลือกชนิดของถุงฟอยล์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหารและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
- ถุงฟอยล์แบบซีล 3 ด้าน (Three-Side Seal Bag): เป็นถุงแบบมาตรฐานที่ปิดผนึกมาแล้วสามด้าน เหลือเพียงด้านบนสำหรับบรรจุอาหาร เหมาะสำหรับสินค้าชิ้นเดียวหรืออาหารแห้ง เช่น ขนมกรุบกรอบ, สมุนไพร, เครื่องเทศ
- ถุงฟอยล์ซิปล็อก (Stand-Up Pouch with Zipper): ถุงประเภทนี้สามารถตั้งได้และมีซิปล็อกที่ปากถุง ทำให้สะดวกต่อการเปิด-ปิดเพื่อใช้ซ้ำ เหมาะสำหรับอาหารที่ต้องแบ่งรับประทานหลายครั้ง เช่น กาแฟ, ชา, ขนมทานเล่น
- ถุงฟอยล์แบบมีจุก (Spout Pouch): มีจุกสำหรับเทของเหลวหรือของเหลวข้นออก เหมาะสำหรับอาหารประเภทซอส, น้ำผลไม้, หรืออาหารเสริมแบบเหลว
วิธีเลือกถุงฟอยล์ใส่อาหารให้เหมาะสม
การเลือก ถุงฟอยล์ใส่อาหาร ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ :
- ลักษณะอาหาร: หากเป็นอาหารแห้งหรือผง สามารถใช้ถุงฟอยล์ทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นอาหารที่มีน้ำมันหรือมีความชื้นสูง ควรเลือกใช้ถุงฟอยล์ที่มีความหนาและมีชั้นป้องกันน้ำมันโดยเฉพาะ
- ขนาดและรูปร่าง : เลือกขนาดถุงให้พอดีกับปริมาณอาหารที่ต้องการบรรจุ ไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป และพิจารณาจากรูปร่างของอาหารเพื่อให้สามารถจัดเก็บได้อย่างสวยงาม
- คุณสมบัติเพิ่มเติม : หากต้องการอุ่นร้อนในไมโครเวฟหรือแช่แข็ง ควรสอบถามผู้จำหน่ายว่าถุงฟอยล์รุ่นนั้น ๆ สามารถทนอุณหภูมิได้ตามต้องการหรือไม่
การเลือก ถุงฟอยล์ ที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพสินค้า แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณอีกด้วย หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ได้อย่างมืออาชีพมากขึ้นครับ


